ปกติ ก็ ง่าย ง่าย

posted on 31 Mar 2010 20:59 by i-luck-you

 


    You are what you eat


เคยได้ยินคำกล่าวคำนี้กันบ้างรึเปล่าครับ?

ผมชื่อ อาคิรา เป็นวัยรุ่นไทย คนหนึ่ง ที่มีชีวิตเหมือนวัยรุ่นคนอื่นทั่วไป
ที่บังเอิญ ได้ไปพบกับสิ่งที่วัยรุ่นทั่วไป อาจจะไม่เคยได้รู้จัก
ไม่ค่อยได้ใกล้ชิดกับมันเท่าไรนัก สิ่งที่ผู้ใหญ่หลายคนมองว่ามันยังไม่ถึงเวลาของวัยอย่างผม

ผมมีสิ่งสิ่งหนึ่งจะมาเล่าให้ฟังครับ
อืม ผมจะเรียกสิ่ง
ที่ว่านั้นว่าอย่างไรดีนะ...

สิ่งแวดล้อม

ชีวิต

ปกติ - ผมว่าคำนี้คงเหมาะกับสิ่งที่ว่านั้นที่สุด

ความปกติ คืออะไร สำหรับผมผมว่ามันคือสิ่งที่เราทำ
ในสิ่งที่มันเป็นไปตาม "ธรรมชาติ" ของมันเอง

พระพุทธเจ้าบอกว่าสมบัติที่มนุษย์เราจะพึงถือเอาไว้ มีอยู่ 2 ประเภท คือ
1. โลกียสมบัติ คือ ความสุขขั้นโลกีย์ ได้แก่ ความสุขอย่างชาวบ้านเรา
เช่น ความมีทรัพย์ มียศ มีบริวาร มีบ้านช่องที่ทำมาหากิน
2. โลกุตตรสมบัติ คือ ความสุขขั้นโลกุตระ คือพ้นจากการวนเวียนอยู่ในโลก
ได้แก่ ความบริสุทธิ์หลุดพ้นจากกิเลสโดยสิ้นเชิงหรือที่เรียกว่า "นิพพาน"

เมื่อพระพุทธเจ้าตรัสรู้และพบสมบัติทั้ง 2 อย่างนี้แล้ว ทรงก็วางศาสนา คือ
ทรงบอกว่าสมบัติบนโลกนี้มิอยู่ 2 ประเภท แล้วแต่ใครจะ "เลือก" เอาอย่างไหน

พระองค์เองก็ได้ทรงวางหลักธรรม เอาไว้สองทางที่จะสนับสนุนสมบัติทั้งสอง

ผู้ต้องการ "โลกียสมบัติ" ก็ทรงวางหลักธรรมปฏิบัติไว้ให้
ผู้ต้องการ "โลกุตตรสมบัติ" ก็ทรงวางธรรมะไว้ให้

ดังเช่น
ก. ทรงสนับสนุนให้ได้โลกียสมบัติ เช่น
   - ทรงสอนให้ขยันหาทรัพย์และออมทรัพย์
   - ทรงสอนหน้าสามีภรรยา
   - ทรงสอนให้รู้จักหาเลี้ยงชีพ
   - ทรงสอนให้เว้นอบายมุข  เป็นต้น

*อธิบายอย่างง่าย ก็คือ ทรงสอนให้เรารู้จักรักษา ศีล 5 ซึ่งถือว่าเป็น ความปกติ ของมนุษย์

ข. ทรงสนับสนุนให้ได้โลกุตตรสมบัติ เช่น
   - ทรงสอนเรื่องมรรคแปด
   - ทรงสรรเสริญการออกบวช
   - ทรงตำหนิความมัวเมาในกามคุณ เป็นต้น

*อธิบายอย่างง่าย เปรียบเทียบกับ โลกของเรานั้นเปรียบเสมือนโรงเรียนๆหนึ่ง
เราจะต้องการสอบเพื่อที่จะผ่านหลักสูตรของทางโรงเรียน ไล่มาจาก
ระดับเล็กที่สุด อนุบาล ประถม มัธยม มหาวิทยาลัย เมื่อเราสอบผ่าน
เราก็ไม่ต้องการมายัง "โรงเรียน" ไม่ต้องมาเรียน นั่นหมายความว่า
เราก็จะหลุดพ้นจากโลกใบนี้  "นิพพาน" นั่นเอง

(จาก พุทธศาสตร์ โดย พ.อ.ปิ่น มุทุกันต์)

ก่อนอื่นที่ผมยกตัวอย่างจากในหลักคำสอนของพระพุทธศาสนามานั่นก็เพราะ
อย่างแรก ศาสนาพุทธเป็นศาสนาที่คนไทย นับถือมากที่สุด
อย่างสอง ผมนับถือศาสนาพุทธ
อย่างสาม ผม "เลือก" นับถือศาสนาพุทธ

แต่นั้นก็ไม่ได้หมายความว่าคุณนับถือศาสนาอื่นแล้วจะไม่เข้าใจ
ความปกติ มีกันอยู่ในทุกศาสนา และมีในตัวทุกคน

ทุกศาสนาสอนให้เราเป็น "คนดี" ใช่ไหมครับ ?
(นั่นคือคำพูดที่เรามักจะได้ยินมาตั้งแต่เด็กๆ)



"เพราฉะนั้นผมว่า การเป็นคนดี ก็คงเป็น ปกติ ของมนุษย์อย่างหนึ่ง
"

กลับมาเรื่องของความปกติกันต่อ เมื่อพระพุทธเจ้าทรงค้นพบ
สมบัติทั้ง 2 นั่นแล้ว และก็ได้วางหลักธรรมสอนไว้ให้แล้ว
สิ่งที่ผมสนใจอย่างแรกก็คือ สมบัติ "โลกียสมบัติ" หมายถึง
สมบัติที่เราทุกคนชาวบ้านพึงปฏิบัติ

ทำไมถึงผมสนใจ ? อย่างแรกผมคิดว่า คนทั่วไปเท่าที่ผมเจอ
มักมองว่าเรื่องศาสนา ธรรมะ เป็นสิ่งที่ยากและอยู่ไกลจากตัวพวกเขา
การที่ผมได้มาพบกับสมบัติอันนี้นั้น เป็นข้อยืนยันที่ว่า
พุทธศาสนาไม่ได้อยู่ไกลจากเราเลย แท้จริงแล้วมันคือเรานั่นแหละ

สิ่งเราจะต้องเข้าใจต่อไปคือ การรักษาศีล 5 นั้นเป็น ความปกติ ยังไง

ก่อนอื่นเราจะต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับคำว่า "ปกติ" แบบง่ายๆกันก่อน
- พระอาทิตย์ขึ้นทางตะวันออกเวลาเช้า ส่องแสงสว่าง และหายลับไปในทาง
ทิศตะวันตกในเวลาเย็น การขึ้น-การส่องแสง-การหายลับ อย่างนี้ เป็นปกติของดวงอาทิตย์
เพราพระอาทิตย์เป็นอย่างนี้ทุกวัน ถ้าเกิดวันหนึ่งพระอาทิตย์ขึ้นทางตะวันตก กลางวันเคย
ส่องแสง กลับไม่ส่องแสง อย่างนี้เป็นต้น เรียกว่าอะไร ผิดปกติ ใช่หรือไม่?

- ฤดูฝน ตามปกติต้องมีฝนตก ถ้าฤดูฝนแล้วเกิดฝนไม่ตก เรียกว่าผิดปกติฤดู

- ปกติของคนละ คนปกติหายใจ การกลั้นลมหายใจเป็นการผิดปกติของคน

- ปกติอวัยวะทุกส่วนต้องใช้งานได้เรียบร้อย หูต้องใช้ฟังได้ ตาต้องใช้ดูได้
ถ้าเกิดหูฟังอะไรไม่ได้ยิน ตาดูอะไรไม่เห็น ก็เรียกว่าผิดปกติ

พอจับใจความได้บ้างใช่ไหมครับว่า "ความปกติ" คืออะไร



ส่วนในเรื่องของศีล 5 ผมขอจะจับมาพิจารณาทีละข้อ
- การฆ่ากับการไม่ฆ่า อย่างไหนเป็นปกติของคน?
แน่นอนปกติเราต้องไม่ฆ่าคน ถ้าคนเราต้องฆ่าคนเป็นปกติ ป่านนี้
เราคนจะต้องโดนคนอื่นฆ่าตายไปแล้ว

- การขโมยกับไม่ขโมยล่ะ ปกติคนต้องทำมาหากิน ไม่ใช่แย่งกันกิน
เราไม่เหมือนไก่ ไก่เวลาหากินตั้งแต่สองตัวขึ้นไป มันต้องแย่กันกิน ตัวหนึ่ง
คุ้ยดินหาอาหาร อีกตัวหนึ่งขโมยจิกกิน นี่คือปกติของไก่ เราเป็นคนจะต้องอยู่ในปกติของคน

- เกี่ยวกับประเวณี ปกติของคนย่อมหวงแหนประเวณี เราไม่ใช่เดียรัจฉาน ที่ต้องเสพสำส่อน

- เกี่ยวกับการพูด ตามปกติเราต้องพูดความจริงกันเป็นพื้น ไม่ใช่โกหกกันเรื่อยๆ

- เกี่ยวกับการดื่มสุรา คนเราไม่ใช่ต้องดื่มสุราตลอด ถ้าปกติดื่มสุราอยู่เรื่อย ก็ตาย
ปกติของคนคือดื่มน้ำบริสุทธิ์

(จาก พุทธศาสตร์ โดย พ.อ.ปิ่น มุทุกันต์)

ความปกติคืออะไรแบบนั้นละครับ

ความปกติ คือ การรักษาศีล 5


สิ่งที่ผมต้องการก็เพียงแค่อยากให้ทุกคนเข้าใจอย่างหนึ่งง่ายๆว่า
พุทธศาสนานั้น ไม่ใช่ของพวกผู้ใหญ่ คนแก่ หรือพระสงฆ์
พุทธศสานาเป็นของเราทุกคน
พุทธศาสนาเป็นของผม
และเป็นของคุณ

วัยรุ่น อย่างผมก็สามารถมีและเข้าใจพุทธศาสนาได้เช่นเดียวกัน

         ความง่าย = ความปกติ

  //////////////////////////////////////////////////////////////
                 
                      ขอเปลี่ยน !


ถ้าผมบอกว่าพรุ่งนี้ผมจะเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ "ดี" ขึ้น
ดียังไง สำหรับผม "ดี" ก็คือ ผมจะเปลี่ยนตัวเองให้ "ปกติ" มากที่สุด

ถ้าคุณยังไม่รู้ว่าจะเปลี่ยนแปลงอะไร หลังจากได้อ่านบทความนี้

ผมขอแนะนำอย่างหนึ่งครับ

อาหาร

เรื่องมันมีอยู่ว่าผมได้เดินทางไปกับพี่ก้อง ทรงกลด บางยี่ขัน
ในการเดินทางที่ชื่อ "น้ำต้มผักก็ว่าหวาน"

เราไปเจอกับพี่ โจน จันใด (โจ)
พี่โจนเป็นคนอีสานคนหนึ่งที่เคยมาทำงานและเรียนหนังสือ
ในเมืองหลวง เคยเป็นยามอยู่ชั่วหนึ่ง แต่หลังจากใช้ชีวิต
อยู่ในเมืองหลวงอยู่นาน ก็พบว่าชีวิตตัวเองนั้นไม่ได้มีความสุขเลย
ตัวเองจะต้องใช้ชีวิต หาเงินมา ก็ใช้เงินไป เป็น วัฏจักร อย่างนี้เรื่อยๆ
เงินหมดก็ต้องหาเงินใหม่ เพื่อมาใช้แทน ความอยู่รอดของตนเอง

จนวันหนึ่งแกบอกกับตัวเองว่า ไม่เอาแล้ว ชีวิตยากยากแบบนี้
พี่โจเลยตัดสินใจกับบ้านเกิดและเริ่มต้นใช้ชีวิตแบบที่ตัวเอง
ต้องการและเป็นปกติ

นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของ "ความง่าย" ของพี่โจ

พี่โจเริ่มต้นความง่ายของเขาด้วยการไปศึกษา "การทำบ้านดิน"

เวลาเราจะมีบ้านหลังหนึ่งเราจะต้องใช้เงินเท่าไรเหรอครับ 1 ล้าน 3 ล้าน หรือ 10 ล้าน
ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่ว่าเราจะซื้อบ้านราคาเท่าไร แต่เราไม่เคยคิดเลยว่า
ถ้าเรามีบ้านแล้ว เราต้องผ่อน มันอีกนานเท่าไร 3 ปี 5 ปี 10 ปี?



พี่โจบอกว่า ถ้าเราอยากได้บ้าน ก่อนอื่นเราจะต้องนิยามคำว่า "บ้าน" ของเราก่อน
ว่า "บ้าน" ในความหมายของเรานั้นคืออะไร ถ้าบ้านคือที่อยู่อาศัย
ให้ความอบอุ่นเราเวลาอากาศเย็น ให้ความเย็นเวลาอากาศร้อน และเป็นที่ที่เราใช้ชีวิต

"บ้านดิน"

ก็คงไม่ไกลไปจากความหมายเหล่านั้นเลย แม้แต่น้อย

แต่หลังจากทำบ้านดินอยู่นาน ได้ไปต่างประเทศบ่อยๆ
ธุรกิจบ้านดินเริ่มแตกหน่อเป็นกระแส
ความเห่อ "บ้านดิน" กลายเป็นสิ่งเดียวกับเรื่องของ "ถุงผ้า"

พี่โจบอกว่า แกเบื่อแล้ว แกไม่อยากจะสร้างบ้านดินอีกแล้ว
แกบอกว่าที่แกสร้างบ้านดินนั้น ไม่ใช่เพราะอยากสร้าง
แต่มัน "ง่าย" เลยสร้าง

พี่โจบอกว่า ความสุขของผมคือการได้ใช้ชีวิตสนุกสนาน ได้เพลิดเพลินในการอยู่
ชีวิตมันคือชีวิต ชีวิตมันคือ "ความง่าย"

และนั่นก็คือจุดเริ่มต้นที่สองของ "พันพรรณ" หนึ่งใน ความง่ายของพี่โจ

พันพรรณทำอะไรครับพี่ พันพรรณทำเกี่ยวกับการรักษาเมล็ดพันธุ์ และ
เป็นชุมชนที่ให้คนมาเรียนรู้เกี่ยวกับการใช้ชีวิตแบบง่ายๆ

แล้วเรื่องของอาหารละครับ มันมาเกี่ยวข้องกับเราได้ยังไง ?
"อาหารเป็นสิ่งหนึ่งที่ใน ปัจจัย 4 (Human Needs) เพราะฉะนั้นมันต้องเกี่ยวข้อง
กับเราแน่นอนอยู่แล้ว เราต้องกินอาหารเพื่อความอยู่รอด เพื่อความอิ่ม
แต่ทุกวันนี้เราไม่ค่อยได้ สงสัยเลยว่าอาหารที่เรากินนั้นมันส่งผลต่อร่างกายเราอย่างไร"

You are what you eat
(คุณเป็นในสิ่งที่คุณกิน)

คำคำนี้คงจะบอกถึงการกินของเราว่าเกี่ยวข้องยังไงกับเราได้ดี

ทฤษฎีง่ายๆคือเมื่อเรากินอาหารที่ดีต่อร่างกายเรา ร่างกายเราก็จะแข็งแรง
ในทางกลับกันเมื่อเรากินอาหารที่ไม่ดีมันก็จะส่งผลไม่ดีต่อร่างกายของเรา

ตอนผมไปที่ พันพรรณ จังหวัดเชียงใหม่ ผมไปอยู่ 3 วัน ทุกมื้อ
อาหารของเราจะเป็น มังสวิรัติ ทุกมื้อ !

ผมคนหนึ่งแหละ ที่ตื่นเต้นกับการไปอยู่ในครั้งนี้

การกินมังสวิรัติ นั่นหมายถึงว่าเราจะต้องกินผัก แป้ง ข้าว ทุกมื้อ
แต่ส่วนตัวผมก็ไม่ค่อยได้กินผัก เรียกว่า เลี่ยงได้ผมก็จะเลี่ยงเลยครับ
เวลาที่บ้านกินเจกัน ก็กินไปกับเขาพอเป็นพิธี
(แต่ทุกวันนี้การกินเจก็ไม่ได้ต่างแตกไปกับการไม่กินเจเลย)
ไป เขาชนไก่ ที่เขาว่าโหดแสนโหด กินอาหารตามมีตามเกิด
ผมก็ไม่ค่อยได้กินเพราะเอาเงินไปซื้อข้าวกินตามร้านที่เขาขายอยู่ที่นั่น !

แล้วอย่างนี้เราจะทนกินมันไหวเหรอ ...

มื้อแรก กลางวัน วันที่ 13 กุมภาพันธ์

 

นี่คืออาหารมื้อแรกของผมจะต้องกินครับ ... (งานเข้าแล้วครับ)

ผัก เต้าหู้ มะเขือเทศ ข้าวกล้อง  ...ซวยแล้วสิ


แต่หลังจากสังเกตการณ์อยู่นาน พี่ๆคนอื่นก็ล่วงหน้าไปก่อนแล้ว
แต่ละคนก็บอกกับเป็นเสียงเดียวว่า

"ซึโค่ยยย"
(อันนี้ไม่จริงนะครับ)


ผมเลยต้องตามน้ำเพื่อความเนียนและเพื่อความหิวของตัวเอง

ผมตักผัก เต้าหู้ ข้าวกล้อง น้ำสลัด ทุกอย่างที่มีรวมกันเลยครับ
หลังจากนั้นก็กลั้นหายใจ

เฮืออออกกกกก !!!!!!!


เฮ้ย อร่อยดีวะ ถึงแม้ตอนแรกที่กัดไปจะเจอกับความขมและกลิ่นของผัก
ที่คนไม่กินผักอย่างผม คงจะรู้สึกได้ว่ามันรู้สึกอย่างไร
แต่ผักที่นี่ พอกัดเข้าไป มันไม่ใช่แค่ความขมและกลิ่นของผักที่ออกมา อย่างเดียวครับ
ความหวาน ความสด ของผัก มันตามออกมาด้วย
และนั่นเป็นการกินผักที่อร่อยที่สุดตั้งแต่ผมเกิดมาเลยครับ

หลังจากนั้นอาหารมื้อต่อไปของเราก็จะเป็นแบบนี้เรื่อยๆครับ
แต่จะเปลี่ยนไปตามแต่ละมื้อ แต่ก็คงไว้ที่เป็น มังสวิรัติ และ ผักสด

แล้วผมก็ผ่านมาได้ครับ อร่อยด้วย อิ่มด้วย อึง่ายด้วย :D

ผมทำได้ครับ กับการกินผัก แล้วคุณละ
ทำได้เหมือนผมไหม ?
ผมว่าลองมากินผักกันดูไหมครับ ?

หลังจากที่ผมกลับมาจากการเดินทางในครั้งนี้
สิ่งที่เปลี่ยนแปลงในตัวผมอย่างเห็นได้ชัดและรู้สึกได้ด้วยตนเอง
นั่นคือ การไม่เลือกกินอาหาร เลยครับ

ทุกวันนี้ผมไม่เลือกกินอาหารเลย ไม่เกี่ยงว่าจะเป็นอะไรที่เราเคยเกลียด
แต่ก็จะดูและคิดก่อนกินเสมอว่า สิ่งที่เรากินมันคืออะไร และเราจะกินมันดีไหม
คิดก่อนว่ามันทำมาจากอะไรบ้าง ส่งผลยังไงกับเรา มันดีหรือไม่ดี กับเรา

คร่าวๆเท่านั้นแหละครับ

ถ้า ok รับได้ก็กิน แต่
ถ้ามื้อไหนเป็นอาหารพวก อาหารขยะ หรือ อาหารที่มีไขมัน โปรตีนเยอะๆ
เกินกว่าที่ผมคิดว่าผมจะรับได้ในวันนี้ ผมก็จะไม่กิน

แค่นั้นเองครับ อย่างที่บอก ทฤษฎีง่ายๆ
มันดีก็กิน ไม่ดีก็ไม่กิน

ทุกวันนี้ผมไม่ได้บอกว่า ผมปฏิเสธ อาหารขยะ อาหารไขมันสูง
ผมไม่ได้เลิกกินแมค ไม่ได้เลิกกินพิซซ่า ไม่ได้เลิกกินน้ำอัดลม

แต่ผมแค่กินมันน้อยลงเท่านั้นแหละครับ
และจุดมุ่งหมายก็คือ จะไม่กินมันให้ได้ครับ

ของแบบนี้มันต้องเริ่มทีละนิดครับ

ผมเริ่มต้นการเดินทางในครั้งนี้กับคำถามที่ว่า
"Can one trip change your life"

ผมคงไม่มีคำตอบสำหรับคำถามนี้ ทำได้เพียง

"ยิ้มกว้างๆและพยักหน้ารับ เท่านั้นเองหละครับ"





*บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งในโครงการ
  April Truth's Day
โครงการที่เราจะพูด "ความจริง" กัน
ในวันที่คนอื่นพูดเรื่องโกหก โครงการริเริ่ม
โดย ทรงกลด บางยี่ขัน บรรณาธิการนิตยสาร a day

*ผมยังมีวีดีโอบันทึกการเดินทางครั้งนี้อยู่
โดยทำออกมาในรูปแบบของหนังสั้น
ในชื่อเรื่อง "Can one trip change your life ?"
ผมอยากรู้ว่าการเดินทางครั้งหนึ่งจะเปลี่ยนชีวิตผมหรือป่าว
ติดตามชม หนังสั้น ของผมได้ครับ ตาม link ข้างล่าง


Can one trip change your life ?


ขอบคุณครับ
โชคดี

iluckyou

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

April Truth's Day
ขอร่วมด้วยคนละค่ะ ~^^~

#1 By !@Leaderdevil-demon@! on 2010-03-31 22:57

ขอเป็น Truth Every Day ได้ไหม question

#2 By สุเล็ก on 2010-03-31 23:36

Happy April Truth's Day จ๊ะ big smile Hot!

#3 By maebin on 2010-03-31 23:45

ชอบหว่ะลาภ
มัน ปกติ จริงๆด้วยbig smile

#4 By อุสิชา บุณยศิริโรจน์ (125.24.147.114) on 2010-04-01 12:13

ทริปนี้ เปลี่ยนชีวิต
เปลี่ยนแนวคิด
ได้จริง

#5 By iamjar (203.131.211.132) on 2010-04-01 18:45

ยาวมาก

ปล.กูดูวีดีโอแล้วนะ ก็เจ๋งดี แต่มันเอื่อยๆไปหน่อยบางช่วงว่ะ (ถ้าเป็นคนนอก)ดูไปได้แค่ 4-5 นาทีก็เบื่อแล้ว

#6 By กานต์ on 2010-04-01 19:10

ดีครับ

ไม่ว่าวิถีพุทธก็ดี ชีวิตที่เรียบง่ายก็ดี ต่างก็สอดคล้องไปด้วยกัน

อยากให้คนหันมาสนใจชีวิตในมิตินี้มากขึ้นอีกเยอะๆ จังเลย โลกจะได้เย็นลง

เย็นด้วยธรรมbig smile
เยี่ยมมากๆจ๊ะ

#8 By urasha (124.120.223.158) on 2010-04-03 22:06

เริ่ดค่ะเอิง

พี่เพิ่งโผล่หัวจากกองงานได้ว่ะ

แล้วจะทยอยอ่านและละเลียดแต่ละบทความ

รวมถึง หนังสั้นของเอิง

รอมานานเลย

จะเก็บไว้ดูสุดท้ายเป็น ฟินน่าเร่ปิดท้ายเลยว่ะ

พี่ส้ม

#9 By nawaliw (110.164.248.141) on 2010-04-06 22:28