wisut note

posted on 04 Sep 2013 22:50 by i-luck-you
ก็ฟังพี่ตั้มมาหลายครั้งแล้วนะ ที่ผ่านมาก็อ่านที่แกพูดบ่อยๆ
อ้าว แต่เสือกจุกซะงั้น ไม่รู้ทำไม
 
เราจะเข้าใจว่า เดี๋ยวนี้พอโตแล้ว อะไรบางอย่าง มันไม่เหมือนเดิมแล้ว
ในสถานการณ์แบบนี้ ก็อาจสรุปว่าผ่านไป มันก็โตด้วยกันทั้งคู่นั่นแหละ 
 
: note เอาไว้ประมาณหนึ่ง แต่มีของพี่ตั้มละนะครับ
 ของคนอื่นก็ดีนะครับ ไปฟังกันเถอะ
 
/
 
 บางทีข้อมูลในหัว หัวใจเรา ไม่ได้เป็นคำพูด มันไม่ชัดเจนจริงๆ มันประมาณนี้ ก็เลยชอบวาดรูป
● เราไม่ได้สัญญากับใครว่าฉันจะต้องเป็นคนแบบนี้

● เราอยากวาดอะไรก็ได้ มันมีหลายซีรีส์ เราอยากวาดอะไรที่มันเซอร์ๆเราก็วาดซีรีส์นี้
เราอยากแคร์คนอื่นเราก็วาดอีกเรื่องหนึ่ง สุดท้ายมันจะไม่เป็นถึงขนาดนั้น เพราะว่ามันหลอกกันไม่ได้
ยังไงมันก็รู้ว่าเราวาด ไม่ว่าเราจะวาดเบี้ยวไปทางไหน ข้างในมันเหมือนกันไม่รู้เป็นอะไร
ซึ่งนั่นแหละที่เราอยากจะบอก ไม่ใช่ให้ดูแต่สไตล์ ดูแต่ดีไซน์ เปลี่ยนไปเรื่อยๆ เปลี่ยนทรงผม
เปลี่ยนสี เปลี่ยนไปเรื่อย เปลี่ยนให้มันงงไปเลย เปลี่ยนให้มันรู้ว่าถึงจะเปลี่ยนยังไงรากมันก็ไม่เปลี่ยน
หัวใจมันก็ไม่ได้เปลี่ยน แล้วสิ่งที่เราอยากจะบอกมันก็อยู่อย่างนั้น คือเราพูดถึงปรัชญาชีวิต ไม่ใช่พูดถึงเปลือก
 
● มันค้นหาแต่ตัวเอง มันจะเห็นคนอื่นไหม ทำไปเถอะ มันก็คืองานสุจริต
● เราไม่ได้มองว่าชีวิตเราคือ "ฉันเป็นศิลปินอะไรแบบนั้นอะ" แต่ความเป็นศิลปินมันอยู่ในชีวิตเรา
ชีวิตเราใหญ่กว่า งานก็คือการเรียนรู้ชีวิตเท่านั้นเอง เรียนรู้คน เรียนรู้ตัวเอง
ไม่ว่าเราจะทำงานอะไร อาจจะไม่ได้วาดรูปก็ได้ มันก็ต้องเจอเรื่องเดียวกันอะ มันก็เท่านั้นเอง
 
 
—————
 

● อย่าง TOY STORY 3D เราดูแล้วทำไม่ได้มันต้องไปจ้างคน เราทำงานคนเดียว
ประเด็นคือเราอยากบอกอะไร อยากบอก message สั้นๆที่เราเรียนรู้ชีวิตมา ก็ใช้เวลาแปปเดียวก็พอ
ยิ่งทำง่ายยิ่งดีด้วยซ้ำ ทำยังไงให้มันให้เข้าใจได้ แค่ให้เข้าใจได้ แค่นั้น แค่จะบอกว่าฉันเรียนรู้อะไรมา

การพัฒนา มันต้องมาจากเราเรียนรู้อะไรในชีวิต ชีวิตเราพัฒนาอะไรไปบ้าง เราเรียนรู้อะไรบ้าง
ไม่ใช่เราวนเวียน กลับไปหาอะไรเดิมๆ วนเวียนอยู่กับความโง่เดิมๆ อันนี้แหละคือการพัฒนา
พอชีวิตเราพัฒนา เราก็สร้างงานออกมา มันก็คืองานที่พัฒนาแล้ว

ส่วนฝีมือด้านภาพ ด้านภาพมันไม่ใช่ด้านจิตใจ มันเป็นด้านทักษะ
ซึ่งทักษะทำยังไงมันก็ต้องดีขึ้น ไม่มีทางที่แบบวาดรูปไปแล้วจะเก่งน้อยลงเรื่อยๆ เป็นไปไม่ได้
ยกเว้นสภาพจิตใจมันใจร้อนมากจนมันเละเทะไปหมดแล้ว เออ มันก็เป็นไปได้
 
 
—————
 
 
เราก็ได้เรียนมาบ้างในการใช้ชีวิต 36 ปี ว่าทำยังไงแล้วสบาย ทำยังไงไม่เครียด สบาย จิตใจดีขึ้น 
บางทีทำงานเยอะไป ไม่เห็นว่าชีวิตจะดีเลย หรือทำงานที่ตอบสนองความต้องการตัวเองได้อย่างมาก
มันก็ไม่เห็นว่าสภาพจิตใจจะพัฒนาเท่าไร มันก็แค่สะใจที่ได้สนองอีโก้ตัวเองแล้วต้องมานั่งดูว่าคนจะนิยมไหม
มันก็ไม่เห็นว่าจะเรียกว่าความสุขเลย
 
แล้วถ้าเราเปล่อยมันไปเฉยๆ ดูว่าเรื่องราวของชีวิตเราจะเป็นยังไง เป็นคนดูซะงั้น (ขำ) 

มันก็สนุกดี เอาตัวไปไว้ในอนาคตสักชั่วโมงหนึ่งก็ได้ ไม่ได้อยู่ตรงนี้
มองกลับมา มันก็สนุกดีว่าเราสัมภาษณ์อยู่ ทำงานเขียนการ์ตูนให้คนนี้อยู่ มันเบาๆดี
 
● บางทีมันต้องยอม ท้อไป เพราะว่าเรารู้ว่าเดี๋ยวมันก็หาย ไม่ต้องไปสู้มัน ปล่อยมันไป
อยากท้อก็ท้อไป ชั่วโมง สามชั่วโมง เลิกเลยไม่ทำล่ะ วันหนึ่งเลยก็ได้
ส่วนใหญ่มันจะไม่ค่อยถึงวันอะ เดี๋ยวมันก็หายละ ไม่เห็นมันจะอะไรหนักหนาเลย
 
แต่ถ้าเราไปสู้ เราจะไม่ท้อ จะต้องพยายาม มันเหนื่อยไปเท่านั้น 
มันก็เสียเวลาเท่ากัน ก็ปล่อยมันละกัน (หัวเราะ)
คือมันคนอะ มันก็ต้องมีความรู้สึก บางทีมันเหนื่อย สมมติเป็นหวัด มันจะหายได้ยังไง
มันก็ต้องเป็นไปสักพักอะ 2-3 วัน เดี๋ยวมันก็หาย ก็เอาตัวไปลอยอยู่ในอีก 4 วันข้างหน้า แล้วก็ดูมันไป
แล้วมันจะจัดการเองนะ เช่น คนเราเป็นหวัด มันจะมีธรรมชาติของมันว่าจะต้องไปหายามากิน
 
 

Comment

Comment:

Tweet